Abhisit's profileRedstuffPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    October 28

    Wicker Park

    เย้ววว.....
     
    ฤกษ์งามยามดีได้เวลอัพสเปซตัวเองมั่งล่ะ
     
    วันก่อนผมยืมหนัง DVD ของเพื่อนมาเรื่องนึง
    เหตุที่ได้ยืมมันมาก็เพราะว่ามันบอกว่า "ลื้อเอาเรื่องนี้ไปดูดิ แล้วลื้อจะชอบเพลง The scientist ขึ้นเยอะเลย"
    ด้วยความที่เราก็ชอบฟัง Coldplay เป็นทุนเดิม หลายเพลงชอบ อีกหลายเพลงก็เฉยๆ ส่วนเจ้าเพลงที่พูดถึงอยู่
    ก็ไม่ได้สะกิดใจอะไรมากนัก  แต่พอได้ดูหนังเรื่องนี้ (Wicker Park)
    แล้วรู้สึกว่า "เออเว้ย... ไอ้เพลงบางเพลง หนังบางเรื่อง มันสะกิดถึงต่อมไร้ท่อบางต่อมยังไงบอกไม่ถูก"
    ว่าแล้วก็อัพสเปซสะเลย ประกอบกับเอาเนื้อมาให้ดูกันด้วยนะ(อัพโหลดให้ฟังกันอีกต่างหาก)
     
    The Scientist
    by Coldplay
     
    Come up to meet you
    Tell you I'm sorry
    You don't know how lovely you are
    I had to find you...
    Tell you I need you
    Tell you I set you apart
    Tell me your secrets
    And ask me your questions
    Oh let's go back to the start...
    Running in circles; coming in tails
    Heads on a silence apart
    Nobody said it was easy
    It's such a shame for us to part
    Nobody said it was easy
    No one ever said it would be this hard
    Oh take me back to the start
    I was just guessing at numbers and figures
    Pulling your puzzles apart
    Questions of science; science and progress
    Do not speak as loud as my heart
    Tell me you love me
    Come back and haunt me
    Oh and I rush to the start
    Running in circles, chasing our tails
    Coming back as we are
    Nobody said it was easy
    Oh it's such a shame for us to part
    Nobody said it was easy
    No one ever said it would be so hard
    I'm going back to the start
    Oh ooh ooh ooh ooh ooh (x 4 times)
     
     
    เอาล่ะ ย้อนมาถึงเนื้อหาของหนังบ้าง Wicker Park นำแสดงโดย
    Josh Hartnett หมอนี่เล่นหลายเรื่องนะ ที่เห็นจะโดดเด่นหน่อย(เพราะดูมันเรื่องเดียว) ก็ Pearl Harbor
    ต่อมานางเอกตาสวยของเรา Diane Kruger (สวยดีนะผมว่า แต่ไม่ค่อยชอบสาวฝรั่งยังไงบอกไม่ถูก) ผลงานเด่นๆ ของเธอคือ Troy, National Treasure
    ตัวละครอีกตัวเป็นนางร้ายในเรื่องซึ่งแสดงโดย Rose Byrne  มีผลงานเยอะเช่นกันคือ Troy, City of Ghosts, Star Wars: Episode II - Attack of the Clones
     
    เนื้อหาของเรื่องเป็นหนังรักหักเหลี่ยมโหดพอควรสำหรับผม เดิมทีไม่เคยชอบหนังแนวนี้นักเพราะไม่ค่อยเชื่อเรื่องอานุภาพแห่งรักที่จะทำให้คนตาบอดขนาดทำเรื่องร้ายแรงๆ ได้
    อาจเป็นเพราะผมปักใจเชื่อว่าคนเรา ธรรมชาติสร้างมาให้มีเหตุมีผล มากกว่าจะเชื่อเรื่องความรู้สึก(แต่ชีวิตจริงก็เคยเจออะไรแบบนี้เหมือนกันนะ) ในเรื่องของเนื้อหานั้น จะไม่ต่อความยาวมากนักแต่พูดได้เลยว่าเป็นหนังที่น่าดูมากเรื่องนึง หนังเรื่องนี้ภาพสวยดีครับ แต่มันมีอย่างอี่นที่โดนผมมากกว่าน่ะดิ ก็ไอ้เพลงประกอบเนี่ยแหล่ะ เรียกได้ว่า เปิดเรื่องมาก็กด Pause ไว้ก่อนเพราะจะมาหาเพลงนั้นโหลดไว้ฟังเองเลย (เปิดด้วย Maybe tomorrow ของ Stereophonics) ก็มันแทงใจว่างั้นแหล่ะ  หนังเรื่องนี้ลำดับภาพดีมาก ดูเงื่อนงำ ดูน่าค้นหาคำตอบ ดูต่อไปเรื่อยๆ ตอนจบน่าประทับใจมาก จบด้วยเพลง The sicentist แล้วมันเข้ากันดี๊ดี ระหว่างเนื้อหาที่ดำเนินมาจนจบเรื่อง กับภาพประกอบ ณ.ตอนหนังกำลังจะจบ จบได้มีสาระดี 
     
    หนังหรือว่าไอ้ภาพยนต์ส่วนใหญ่เนี่ยที่ทำที่สร้างกันมาส่วนใหญ่ก็หยิบยกมากจากชีวิตมนุษย์เราๆ นี่แหล่ะครับ รัก โลภ โกรธ หลง เอามาเป็นประเด็นได้เสมอเลยล่ะ หรือถ้าเป็นหนังพวกแอคชั่นล้างพลาญ บ้างเมืองระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ก็หนีไม่พ้นในเรื่องที่มากระตุ้นผัสสะ(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เรากันทั้งนั้นแหล่ะครับ  หนังบางเรื่องให้คำจำกัดความที่แตกต่างกันไป นั่นก็แล้วแต่ผู้ดูผู้ชมอย่างเราๆ อีกแหล่ะครับ ว่าได้อะไรจากหนังแต่ละเรื่องที่ดูมั่ง บางทีความพูดบางคำจากละครน้ำเน่าสุดๆ ก็ให้ความหมายกินใจและนำมาปรับใช้กับชีวิตเราได้เหมือนกันนะ อย่างเนื้อเพลงที่ก๊อปปี้มาให้ดูกันเนี่ย ผมชอบคำนี้มากๆ "Running in circles; coming in tails" แปลได้ว่า ไอ้การวิ่งอยู่ในวังวนเนี่ย มันใกล้เข้าจุดสิ้นสุดแล้ว อาจจะหมายความถึงว่า ไอ้การที่เรามีปัญหากันมากมาย มันก็จะสิ้นสุดด้วยการแยกย้ายกันไป อะไรแบบเนี๊ยะแหล่ะครับ แต่สำหรับผมแล้ว แหะๆ ที่ชอบเพราะความหมายอื่นที่ต่างไปโดยสิ้นเชิงเลยครับ และขออุบไว้คนเดียวละกันนะ  เพราะอย่างน้อยผมก็ดูหนังดูละครแล้วย้อนมาตัวเอง แล้วคุณล่ะครับ ?? ได้แง่มุมอะไรก็มาแชร์กันบ้างนะ......