| Abhisit's profileRedstuffPhotosBlogLists | Help |
|
February 05 ไหว้พระเก้าวัด"ไหว้พระเก้าวัด""เห้ย เมิงงง ไปไหว้พระกานน" : เพื่อนตั้น
"เออ เอาดิ วันไหนวัน" : ผมเอง
"อาทิตย์หน้านะเว้ย (วันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค. 49) เด๋ว กูไปรับที่บ้าน" : เพื่อนตั้น
"เออ ตามนั้น ๆ"
จบบทสนทนา ในใจนึกถึงการนัดหมายที่ได้เกริ่นกันมานานเนิ่นนาน ว่าจะไปไหว้พระเก้าวัดกัน
" ได้ฤกษ์เบิกยามสักที " ในใจผมนึก เนื่องจากสันดร เดิมเป็นคนที่ไม่ค่อยออกจากบ้านไปไหน ประกอบกับปีใหม่ปีหมา ยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อประโยชน์แห่งตนเลย เลยขอถือเอาทริปนี้เป็นฤกษ์งามยามดี เพื่อการเริ่มต้นที่ดี สำหรับปีหมาที่ดี และสำหรับคนที่ดี ๆ อย่างผม (อิอิ หลงฯชิบ)
ดัวยหัวจิตหัวใจที่ผองโต อยากจะไหว้พระทำบุญ ประกอบกับอยากจะเดินถ่ายรูปแถวเกาะรัตนโกสินทร์ ทั้งหลายเหล่านี้ เป็นต้นทุนที่สูงค่ามากๆ เมื่อเวลาที่จิตใจเราบกพร่องเกิดอาการเจ (ไม่ขอบอกว่าด้วยเหตุใด เหอๆๆ)
เมื่อถึงวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค. 2549
เพื่อนตั้นมารับถึงบ้านเช่นเคย จากนั้นด้วยความรวบรัด เพื่อนตั้นไปรับแฟนมันที่ BTS หมอชิต เมื่อสมาชิกครบแล้ว จึงออกเดินทางต่อ ซึ่งทริปนี้ หน้าที่หลักของผม คือ ไกด์นำเที่ยว (เพื่อนแม่งไม่รู้ทาง) กับเป็นตากล้อง (อันนี้ชอบเป็นอยู่แล้ว) วัดแรกที่เราสามคนมุ่งหน้าไปคือ วัดชนะสงคราม เนื่องจากเส้นทางที่ผมวางแผนไว้คือ ออกจาก BTS หมอชิตขับมุ่งหน้าไปพระรามหก ลัดไปเกียกกาย แล้วมุ่งหน้าตรงโลดไปตามถนนสามเสน จะเจอบางลำภู เจอถนนข้าวสาร และ วัดชนะสงครามนั้นเอง ช่วงเวลาที่อยู่วัดชนะสงครามใช้เวลาไปเยอะพอสมควร เวลาล่วงเลยมาถึงประมาณเกือบ 10.00 น. จึงต่อไปที่เสาชิงชา คือวัดสุทัศน์ฯ นั่นเอง เสร็จสิ้นกระบวนความ ตรงไปที่ศาลเจ้าพ่อเสือทันที ซึ่งไม่ไกลกันนักเลยตกลงกันว่าจะเดินไป และคิดถูกจริงๆ ศาลเจ้าพ่อเสือ มีผู้คนฝูงชน ฯลฯ มาสักการะบูชา กันอย่างเนืองแน่น แน่นเสียจนขอตัว ไม่เข้าไปข้างใน (เห็นควันธูปแล้วกลัวจะแย่ ควันเยอะมากๆ) พอเสร็จภารกิจที่ศาลเจ้าพ่อเสือแล้ว เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบ ๆ จะ 11.00 น. เลยตกลงกันว่าจะไปหาอะไรกินกันก่อนที่ท่าพระจันทร์ เข้าไปจอดรถใน ม.ธรรมศาสตร์ อันเป็นที่รัก จอดตรงโรงอาหารหน้าคณะสังเคราะห์ฯ จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ในใจคิดแต่ว่า "แม่งโคดบังเอิญ" เจอพรรคพวกอันเป็นแสนที่รักเช่นกัน มี กบ บอย(ตี๋) แบงค์ ตั๊ก แก๊ป สมตง (มีใครอีกป่าววะ) ทักทายกันตามภาษาเพื่อนฟูงผู้ฟั่นเฟื่อง นั่งเสวนากันสักพัก กระผมและลูกทัวร์จึงจรรีไปหาอะไรใส่กระเพาะ ณ.ริมน้ำท่าพระจันทร์ หม่ำกันได้สักหลายอึดใจและไม่กี่อึกน้ำ พี่น้องสองสาวตามมาสมทบก๊วนของเราจึงดูมีสีสรรมากขึ้น (เนื่องจากเพื่อนผมและแฟนมันได้จู๋จี๋น่าอิจฉาเกินไป) มื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อยดี นั่งให้อาหารย่อยเพียงครู่นึง จึงออกเดินทางต่อไปยังวัดพระแก้ว ด้วยความสัตย์จริง นี่ผมกำลังจะเข้าไปในวัดพระแก้วเป็นครั้งแรก!! โอ้ววว....!! เข้าไปข้างในบอกได้คำเดียวครับว่า อลังการงานสร้างมาก ทำให้ผมเห็นถึงศรัทธาอันแรงกล้าต่อพุทธศาสนา ขัดเกลาผ่านงานศิลปะ ประติมากรรม งามวิจิตรจริงๆ เราใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะเสร็จภารกิจในวัดพระแก้ว ต่อจากนั้น( ขอรวบรัดละกัน) เราเดินกันต่อไปยัง ศาลหลักเมือง วัดโพธิ์ วัดกัลยาณมิตร วัดอรุณฯ และสุดท้ายคือ วัดระฆัง
เหนื่อยมากทริปนี้ แต่คุ้มค่ามาก กับสิ่งที่เราได้ไปเห็น เราได้เห็นศรัทราของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพุทธศาสนาที่สื่อออกมาผ่านทางงานศิลปะ ฯลฯ ผลลัพท์ทั้งหมดนอกจากความเหนื่อยและหยาดเหงื่อคือ "สุขใจมาก" ครับ
ปล. ขอเสริมว่า สิ่งที่พุทธศาสดาท่านสอนสั่งคือ การมีสติและใช้ปัญญาไตร่ตรอง สำคัญมากในชีวิตปัจจุบันที่มีสิ่งยั่วยุผัสสะ พาลพาใก้กิเลสครอบงำ จึงอยากขอให้สติจงอยู่กับทุกท่าน และใช้ปัญญาในการไตร่ตรองให้จงดีครับ
อ่อ...มีรูปเล็กๆ น้อยๆ จากทริปนี้มาให้ดูกันด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ Comments (28)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://red-stuff.spaces.live.com/blog/cns!365EFFD3E7B68CF1!151.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|